แอดแจม 2016 พาร์ทที่ 2-1

posted on 02 Jan 2017 23:43 by 2mirai in IDOLexp

 

พาร์ทที่ 1

 

21 กันยายน 2016

ภารกิจ - สำรวจเส้นทาง เดินหาที่พักที่จองไว้

แล้วไปหาอามิจัง

 

หลังจากมาถึงญี่ปุ่นตอนเช้าตรู่แล้ว

กว่าจะเข้าที่พักได้ ก็ต้องรอถึงบ่ายสาม

วัดนาริตะก็เพิ่งไปเยือนมาเมื่อรอบที่แล้ว ทำให้ผมไม่รู้จะไปไหนดี

อย่าเพิ่งคิดอะไรมาก

นั่งกินข้าวเหนียวหมูทอดที่พกมาจากไทยก่อนดีกว่า ประหยัดสุด ๆ

หลังจากเข้าห้องน้ำล้างหน้าแปรงฟันเสร็จเรียบร้อย

ก็นั่งเล่นเน็ตเพลิน ๆ เป็นชั่วโมง อยู่ในสนามบินนาริตะนั่นแหละครับ 555

( สนามบินเค้าดีจริง มีที่นั่งพร้อมปลั๊กให้ชาร์จ แถมเน็ทแรงมาก )

 

ครั้งนี้ถือเป็นการมาญี่ปุ่นรอบที่ 5 แล้ว

แต่ในใจนั้น ก็ยังรู้สึกตื่นเต้นเหมือนทุกที

อาจจะเป็นเพราะผมไม่เคยซื้อแพ็กเกจเน็ตมาจากไทยเลยสักครั้ง

ทำให้การเดินทางต่าง ๆ นั้น ต้องเตรียมมาให้ดีพร้อมแต่แรกเริ่ม

พอมาถึงญี่ปุ่น ก่อนเดินทางในแต่ละวัน ก็ต้องอาศัยเน็ตฟรีเช็คเป็นรอบ ๆ ไป

เพราะฉะนั้น ถ้าเกิดผิดพลาดอะไรขึ้นระหว่างทาง ... หลงแน่นอน !

 

แล้วภาษาญี่ปุ่นของผม คือ N-555

พูดง่าย ๆ คือ มั่วอย่างเดียว 555

ซึ่งพอออกจากสนามบินนาริตะ

จนมาถึงสถานี Nippori ได้เรื่อง ! หลงเลย !

ผมหาทางออกจากสถานีไม่เจอ !

สถานีไม่ใหญ่นะครับ แต่ถ้าเราติ๊ดบัตรผิดทางตอนแรกละก็ ... หลงยาวไป

เพราะมันจะติ๊ดออกทางเดิมก็ไม่ได้ ประตูมันไม่เปิดให้ ( อายโคตร )

 

เดินไปถามสาวญี่ปุ่น ทางออกอยู่ไหนครับ

นางก็ชี้ไปทางที่ผมเพิ่งไปติ๊ดมาแล้วออกไม่ได้ซะงั้น

ก็ยิ้ม ๆ ขอบคุณเค้าไป ไม่อยากตื้ออะไรมาก

 

ระหว่างที่ยืนสับสนอยู่ คุณยายชาวญี่ปุ่นมาถามทางผมซะงั้น

ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ขอโทษนะครับคุณยาย หลงเหมือนกัน 555

( ก่อนหน้านี้ ตอนไปแถบคันไซ ก็เคยมีคนญี่ปุ่นมาถามทาง )

 

ผมเดินวน+ยืนงงในนั้นเกือบชั่วโมง

เพราะไหน ๆ ก็หลงแล้ว เลยอยากเดินสำรวจสถานีไปเรื่อย ๆ จะได้จำทางให้แม่น

 

สุดท้าย ยังไงก็คิดว่าทางแรกที่เรามานี่แหละ น่าจะเป็นทางออกที่ถูกแล้ว

ลองไปติ๊ดบัตรอีกรอบ ติ๊ดดดดด เครื่องร้องอีกละ !

โยนความอายทิ้งไปซะ ตรงดิ่งไปถามจนท. ง่ายสุดแล้ว

จนท. เค้าก็เอาบัตรผมไปทำอะไรไม่รู้ ( เหมือนรูดแล้วเช็คดูข้อมูลในคอม )

ได้คืนบัตรมาแล้ว เค้าก็ปล่อยให้เดินเข้าไป

ด้านในผมเจอกับเจ้าเครื่องติ๊ดบัตรอีกรอบ

ผมยกกล้องมาถ่ายภาพทางออกที่ถูกต้องเอาไว้ จะได้ไม่หลงอีก

คราวนี้มันเปิดให้ผมออกไปสู่โลกภายนอกแล้วครับ 555

พร้อมโชว์ราคาขึ้นมา 0 YEN ?

 

มานึกย้อนดูดี ๆ

ไอตอนแรกที่ผมเดินออกมามั่ว ๆ เครื่องมันก็ร้องด้วยนี่หว่า

แต่นั่นเป็นเพราะเดินตามก้นคนญี่ปุ่นอยู่ ทำให้แทรกเข้ามาได้

พอเข้ามาแล้ว จะกลับไปทางเดิม มันจึงไม่ยอมเปิดให้ผม

สรุป ผมเดินผิดทางมาตั้งแต่เริ่มต้น ... โธ่ นารุโฮโดะ งี้นี่เอง

 

ยังไม่จบครับ

ออกมานอกสถานีได้แล้ว ก็มาหลงนอกสถานีต่อ 555

การเดินทางครั้งนี้ ผมพลาดตรงที่ไม่ได้ลองเดินในกูเกิลมาก่อน

เพราะเวลาเตรียมตัวน้อย

เลยไม่รู้ว่า ไอทางแยกในสถานีที่ตัวเองเลี้ยวออกมา มันถูกหรือเปล่า ?



ที่พักของผมน่ะ อยู่ติดกับสถานีรถไฟ Mikawashima

ซึ่งถ้าไปตามนั้นตั้งแต่แรก ยังไงก็ไม่หลงแน่นอน

แต่ตอนเช้า พอผมมาตั้งใจดูรายละเอียดอีกที

ตัวผมต้องมาขึ้นรถไฟที่สถานี Nippori ทุกวันอยู่แล้ว

เพราะถ้าจะไปหาไอดอล เดินมาสถานี Nippori แบบไม่ต้องต่อรถไฟ จะประหยัดกว่า

จึงตัดสินใจเปลี่ยนแผนนิดหน่อย วันแรกก็ลองมาสำรวจที่สถานีนี้ก่อนเลย เวลาว่างเยอะ

 

ถูกผิดไม่รู้ ถือคติเดิมครับ

เดินไปก่อน สำรวจให้ทั่ว จะได้ไม่หลงอีก

ออกมาปุ๊บ เจอสุสานก่อนเลย ถ้าหลงมาดึก ๆ คงหลอนน่าดู

แต่เห็นคนเดินไปเดินมาถนนเส้นนี้เยอะพอประมาณ เลยเสี่ยงเดินตามเค้าไป

เดินก็ไกล เจ้ากระเป๋าที่อยู่บนหลัง ก็เหมือนจะหนักขึ้นเรื่อย ๆ

ฝืนสังขารเดินไปเรื่อย ๆ จนไปถึงย่านอะไรสักอย่าง

ดูเหมือนถนนคนเดิน + ตลาดสด

มีฝรั่งมาเดินกันเยอะอยู่นะครับ แต่คิดว่าคนไทยไม่ค่อยจะรู้จักแน่ ๆ 555

เห็นแบบนี้ ประมวลผลคิดในใจ คงจะเดินมาผิดทางแน่นอน

เชื่อเซ้นส์ตัวเอง วกกลับไปสถานีอีกรอบดีกว่า ...

เดินวนไปสิ พร้อมกับกระเป๋าเป้ 7 กิโล

 

คราวนี้ โผล่ออกมาอีกทางนึง

ออกมาด้านนอกสถานี เห็นตึกกับลานกว้างที่มีผู้คนคึกคัก

เรียกว่าเป็นด้านหน้าสถานีก็คงไม่ผิดนัก

 

ณ ขณะนั้น ตัวผมอยู่บนสกายวอร์ค (รูปที่เห็น คือ ถ่ายหลังจากเดินลงมาแล้ว)

เริ่มหมดแรง สมองล้าตามร่างกาย คิดไม่ออกว่าต้องไปทางไหนต่อแล้ว

 

หันซ้ายหันขวา หาเป้าหมายจะไปถาม

ตอนแรกจะถามสาวออฟฟิศ นางนั่งกินขนมปังอยู่แถวนั้น

แต่ด้วยความเกรงใจ แถมกลัวโดนเหวี่ยงด้วย คนเค้ากำลังพักจากงาน 555

จังหวะพอดีกับที่มีลุงตำรวจ (?) เดินผ่านมา

โอเค ในสายตาผม ลุงคนนี้แหละ น่าจะเชี่ยวชาญที่สุดแล้ว

 

คิดไม่ผิด ลุงแนะนำอย่างดีเลย

แต่สิ่งที่ทำให้ผมติดใจกับลุงแกที่สุด คือ

แกพูด "สวัสดีครับ ขอบคุณครับ ไม่เป็นไรครับ" ได้ด้วย

ผมติดสตันเลย ลุงเคยไปเที่ยวไทยซะงั้น บังเอิญจริง ๆ 555

 

พอเข้าใจแผนที่เทียบกับพื้นที่จริงแล้ว อะไรมันก็ง่าย

ผมเดินต่อไปอีกประมาณ 15 นาที จนถึงที่พักที่จองเอาไว้

เปิดประตูเข้าไป เค้าเตอร์โล่งเชียว ไม่มีพนง. อยู่สักคนเลย

นั่ง ๆ นอน ๆ อยู่แถวนั้น รอเวลาเช็คอินตอนบ่ายสาม

อยากอาบน้ำมาก ตัวเหนียว หัวมัน หมดสภาพ

พูดถึงที่พักก็โอเคนะครับ สวยงามดี

ห้องแคปซูลก็ไม่แคบ กว้างกว่าที่คิดเอาไว้ นอนสบายใช้ได้ (นั่งเล่นก็ได้)

 

อาบน้ำเสร็จ ของีบแป๊ปนึงก่อน ...

กะว่า 5 โมง ค่อยเตรียมตัวเดินทางไปดูอะกิชิบุที่อากิบะ

อามิจังจะเซอร์ไพรส์หรือเปล่านะ แค่คิดก็ตื่นเต้นละ

 

ไลฟ์เริ่มทุ่มนึงก็จริง

แต่ด้วยความตื่นเต้น ผมจึงอยากไปเดินสำรวจที่ทางซะก่อน

ไปถึงสถานีอากิบะ ประมาณเกือบ ๆ 6 โมง

เดินแป๊ป ๆ เพลิน ๆ ก็เห็นหน้าค่าตาตึกทวินบ๊อกซ์ สถานที่จัดไลฟ์อะกิชิบุ

อันนี้พอรู้ทางมาบ้าง เลยไม่มีปัญหา 

แต่อะไรมันจะง่ายดายขนาดนั้น ไม่มีทางครับ

 

 

(หลังจากนี้เริ่มไม่อยากถ่ายรูปแล้วครับ ขี้เกียจมาก มานึกทีหลังก็เสียดาย)

 

ถึงปุ๊บ ผมเดินลุยเข้าไปก่อนเลย เจอสตาฟกำลังจัดของอยู่

"ขอโทษครับ ผมคนไทยครับ อะกิชิบุไลบุใช่มั้ยครับ" พร้อมยิ้มสยาม

แล้วสตาฟขี้เก็กที่เคยเจอตอนงานทิฟ มันก็หันมาบอก "ดาเมะ ๆ "

พูดจบ นายคนนี้ก็ลุกขึ้นมาหาผม แล้วพาเดินออกมาหน้าประตูโดยไม่พูดอะไรสักคำ

 ... นายไม่อธิบายอะไรสักหน่อยเรอะ ??? ( งู ๆ ปลา ๆ มาก็ยังดี )

 

ต่อไปนี้จะเรียกสตาฟคนนี้ว่า "ดาเมะคุง"

 

ตอนนั้น เข้าใจไปเองว่า สงสัยให้เรายืนรอหน้าประตู

แต่ดันมีผมยืนหัวโด่อยู่คนเดียว

สักพักยิ่งงงเข้าไปอีก เพราะมีคนมาตั้งแถวที่อีกประตูนึง

รวบรวมความกล้า เดินไปถามโอตะร่างผอมที่ต่อแถวอยู่ อะกิชิบุหรือเปล่าครับ ?

เค้าบอก ไม่ใช่ อะกิชิบุต้องทางนั้น ชี้ไปทางประตูที่ผมเพิ่งเดินออกมา

 

เริ่มมึนแฮะ ขอตั้งหลักใหม่ก่อน

เดินย้อนกลับไปเข้าห้องน้ำที่ตึกซอร์ฟแมพ ดีนะที่เคยมา เลยรู้ว่ามีห้องน้ำ

พอออกมาเดินหาสัญญาณเน็ตฟรี จะระบายความตื่นเต้นกับเพื่อน ก็ดันไม่มีอีก

 

จำใจเดินกลับมาที่หน้าทวินบ๊อกซ์ ก็เห็นแถวปริศนานั้นยาวขึ้นอีก !

กลัวตัวเองฟังผิด จึงกลับไปถามพี่ผอมโอตะคนเดิมอีกรอบ เพื่อความมั่นใจ

เค้าก็บอกเหมือนตะกี้ ไม่ใช่จริง ๆ นี่เป็นของอีกวงนึงนะ

( อ๊ากกก หงุดหงิดตัวเอง อุปสรรคทางด้านภาษา พูดไม่ได้อย่างที่ใจคิดเลย )

 

ผมเดินไปเดินมา วนเวียนอยู่แถวนั้น

คล้าย ๆ ตัวเองเป็นสัมภเวสี สิงตามเสาไฟฟ้า

เวลาผ่านไป ... คนเริ่มเยอะขึ้นเรื่อย ๆ

บางส่วนไปต่อคิว แถวปริศนา

บางส่วนยืนรอจับกลุ่มคุยกัน บริเวณหน้าตึก

ส่วนผมยืนว้าเหว่ .....

 

อ๊ะ ! เริ่มเห็นคนใส่เสื้ออะกิชิบุมาบ้างแล้ว

อย่างน้อยก็อุ่นใจว่ามาถูกงาน ทว่ายังไม่รู้จะเข้าไปได้อย่างไรอยู่ดี

( จังหวะนั้น ผมไม่กล้าถามใครละ หมดความมั่นใจ 555 รอดูเงียบ ๆ แล้วกัน )

 

จนถึงเวลาปรากฎตัวของกลุ่มไอดอลปริศนา ที่โอตะเค้ามาต่อแถวกัน

เห็นไกล ๆ น้อง ๆ น่ารักดีนะ ยืนส่องเพลิน ๆ ไป

ซึ่งมารู้ชื่อวงภายหลัง น้อง ๆ กลุ่มนี้ก็คือ Ange☆Reve นั่นเอง

 

 

สักพักนึง เหล่าสตาฟของอะคิชิบุ เดินออกมาประกาศเรียก

ให้คนที่จองบัตรมีหมายเลข ตามไปตั้งแถวในซอกหลืบก่อน

แล้วทยอยปล่อยคนเข้าไปด้านในเรื่อย ๆ ดูเป็นระบบระเบียบ

พอคนเหลือน้อย ๆ ผมก็ไปมุง ๆ อยู่กับคนญี่ปุ่นที่ไม่มีหมายเลข

จนสตาฟอนุญาติให้คนที่เหลือเข้าไปจนหมด รวมทั้งผมด้วย !

 

หลังจากที่ต้องสับสน กังวลใจมาเป็นชั่วโมง ( โคตรท้อ ใจฝ่อหมดแล้ว )

ในที่สุดก็จะได้เจออะกิชิบุแล้ววววว !

 

...

 

ด้านใน คนเยอะมากกกกกกกกก

หลังจากสำรวจพื้นที่(อันแสนแออัด) จนซื้อบัตรเชกิเรียบร้อยแล้ว

โง่ไปแลกดริ้งค์ก่อนซะงั้น จริง ๆ มันมาแลกทีหลังได้

กระดกน้ำแดกด่วนจนหมดแก้ว เข้าไปยืนพักเหนื่อยด้านในเธียเตอร์ได้แป๊ปนึง

เสียงคุยจอแจก็ค่อย ๆ เงียบลง ...

 

น้า หน่า นา หน้า หน่า ...

 

แค่ได้ยินอินโทรที่คุ้นเคย ก็ทำเอาใจสั่นไปหมดแล้วครับ

ไอที่เคยนอนคิดมากก่อนบิน ความกังวลทั้งหมดมันหายไปเลย

ตอนนี้ แค่อยากส่งเสียงเชียร์ให้สุดกำลัง

 

เฮ้ !! เฮ้ !!

 

อามิจังงงงงงง !! ( อันนี้ตะโกนในใจ 5555 )

 

...

 

มองไม่ค่อยเห็นหรอก ผมยืนอยู่เกือบหลังสุด อาศัยดูตามช่องตามรูเอา

ลิสท์เพลงแทบจะเหมือนวันแมน จัดเต็มยาว ๆ

รู้สึกคุ้มมาก เพราะปกติผมได้ดูไลฟ์อะกิชิบุ แค่ครั้งละ 3-4 เพลงเท่านั้น

พอได้ดูยาว ๆ เป็นครั้งแรก มันฟินจริง ๆ

 

ไลฟ์สนุกมากกกกก เห็นพวกบ้าคลั่ง กระโดดติดสปริงอยู่ด้านหน้า

ด้านหลัง ส่วนใหญ่จะยืนดูค่อนข้างเรียบร้อยกว่าหน่อย

แต่บางคนก็มันส์ไม่ต่างจากข้างหน้าเลยนะ 555

ส่วนโอตะหญิง ก็ตะโกนได้ไม่แพ้พวกผู้ชาย แหกปากปลดปล่อยสุด ๆ

 

ระหว่างดู ผมเกิดความคิดในหัวขึ้นมาว่า

ในที่สุด เราก็ได้มาเหยียบถิ่นของอามิจังแล้วนะเว้ย !!

รู้สึกสะใจอย่างบอกไม่ถูก 555 ชอบบรรยากาศแบบนี้มาก ๆ

ถ้าเกิดเป็นคนญี่ปุ่น คงมาดูแทบทุกอาทิตย์อะ

 

พอแสดงไลฟ์จบ อะกิชิบุมายืนแถวหน้ากระดาน เพื่อบอกอาริงาโตะ

หลังจากนั้นก็จะถึงเวลาที่ผมรอคอย ช่วงเวลาที่ตื่นเต้นมากกว่าอะไรทั้งหมด

ผมใช้เวลาไม่กี่วิในการมองหาแถวของอามิจัง เพราะจำชื่อคันจินางได้แล้ว

ต่อแถวเรียบร้อย ผมก็ทบทวนเตรียมตัวอยู่ในใจ ว่าจะพูดอะไรบ้าง

 

แต่ด้วยความที่คนเยอะจนวุ่นวาย

ต่อแถวอยู่ดี ๆ สตาฟผู้หญิง ( น่ารักใช้ได้ ) ก็เดินมาตัดแถวใหม่

จนผมเสียตำแหน่งเฉย

พยายามบอกภาษามือแล้วว่า ผมยืนต่อหลังคนเนี่ยตั้งแต่แรก ถูกแล้ว

นางยังให้ไปยืนข้างหลังซะงั้น เฮ้ยยยยย ก็แถวมันโค้งมาแบบนี้อะ

สาวญี่ปุ่นสองคนที่ยืนมาด้วยกัน แทนที่จะช่วยอธิบาย ดันนิ่งอีก

พอผมเดินไป พวกนางไม่เดินตามมา แต่กลับมายืนหน้าผมซะงั้น

โอ้ย ไรว่ะ โดนคนญี่ปุ่นแซงคิว 555

 

ช่างเถอะ คุยไปก็ไม่รู้เรื่องกัน ต้องยอม ๆ ไป แอบหงุดหงิดนิดนึง

( คิดซะว่ายอมเพราะความหมวย ๆ ขาว ๆ )

ตอนนี้มาตั้งสติกับอามิจังก่อนดีกว่า

 

อามิจังเนี่ย ทำไมต้องยืนข้าง ๆ อาบุจัง ตลอด 5555

เพราะอาบุจังเป็นคนที่ผมมีโมเม้นท์ด้วยเยอะมาก

แต่ผมดันไปชอบอามิจังมากกว่า

ทำให้รู้สึกเกรงใจเธอนิดนึง 555

 

เอาล่ะ ถึงคิวเราแล้ว !

 

"อ๊าาาาาาาาาา"

อามิจังตะโกนเสียงดังลั่น แล้วเรียกชื่อผม

( เห็นมีส่งซิก ให้อาบุจังเหลือบ ๆ มามองด้วย 555 )

 

ยังไม่พอ นางตะโกนบอกโอตะคนอื่นอีก

"เนี่ย ๆ ๆ ๆ คนนี้มาจากไทยเลยนะ สุดยอดดดด"

อยากจะเอามืออุดปากผู้หญิงคนนี้มาก ๆ จะไปบอกเค้าทำไม อายเว้ย

 

พอถ่ายรูปเสร็จ

อามิจังถามว่า "มาทำไมเหรอ" ( ฟังไม่ค่อยทัน เดา ๆ เอา )

ก็เลยตอบไปว่า "เพราะอามิจังไง"

นางหัวเราะร่าเลย 55555 แสดงว่าตอบถูก ได้ใจไปอีก

แล้วพูดอะไรไม่รู้ฟังไม่ค่อยออก

ผมต้องตัดบทเอง ดำน้ำบอกไปว่า รอก่อน เดี๋ยวจะวนมาอีกรอบนึงนะ

นางก็มึน ๆ คิดว่าจะถ่ายอีกใบซะงั้น ไม่ช่ายยยยย

 

รอบที่สอง

อยู่ ๆ ก็นึกถึงพี่คนไทยคนนึง ที่เคยไปจิ้มแก้มอามิจังตอนทิฟ

ด้วยความอิจฉา ก็เลยจัดบ้าง ! ขอจับแก้มนางซะเลย

โอ้โห นิ่มจริงจัง แก้มสาวญี่ปุ่นมันช่างเด้งสู้มือ หมั่นเขี้ยวววว

อามิจังก็พูดพลางหัวเราะไปด้วย น่ากลัวอะ ทำแบบนี้น่ากลัวอะ

ผมก็ได้แต่ยิ้ม ๆ อาย ๆ ไม่เถียง ... ข้าพเจ้าผิดจริงครับ 555

( ณ ขณะนั้น รู้สึกถึงรังสีอำมหิตจากพวกโอตะแถวนั้นได้แบบในมังงะเป๊ะ ๆ )

 

จังหวะนี้ ทางที่ดี ผมคงต้องรีบเปลี่ยนเรื่องคุยก่อน เพราะมันเขินแรงงงง

ผมควักมือถือมาเปิดตารางงานของอะกิชิบุให้อามิจังดู

เพื่อจะบอกนางว่า ผมจะมาหาวันไหนได้บ้าง

 

บังเอิญ อามิจังเห็นรูปตัวเองในโฟลเดอร์ที่ผมเซฟมาพอดี

นางเอานิ้วมาชี้ ๆ จิ้ม ๆ ด้วย ... ซนเนอะ

ความจริงแล้ว ... โฟลเดอร์นี้มันจะขึ้นรูปล่าสุดที่ผมเซฟ

บังเอิญญญญญ วันนั้น เพิ่งเซฟรูปอามิจังพอดี

ไม่ได้ตั้งใจ กลายเป็นดีไป 555

 

ก็คุยว่า เดี๋ยวจะมาหา ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์

ส่วนพรุ่งนี้ .... ไปเหรอออ !?! อามิจังแทรกขึ้นมา

ใจเย็นดิเฮ้ย ไม่ ๆ ไกลอะ ไม่ได้ไป นั่นมันนาโกย่านะจ๊ะเธอจ๋า ... undecided

 

นางก็ถามนะ ว่า "พิธีจบการศึกษาจะมามั้ย"

ผมทำหน้าเศร้า ๆ ส่ายหน้าไป แล้วบอกว่า "อยากไปนะ เสียดายจัง"

จะพูดว่า อิโซะงาชี่ (ไม่ว่าง)

ดันสมองเสื่อมกระทันหัน

อิโซะ.... (ไรว่ะ อ๋อ ๆ ) ....งาชี่

ก็นั่นแหละ นางไม่เข้าใจ เพราะมันต้องพูดติด ๆ กัน 5555

สตาฟมาสะกิดพอดี โอเค ผมตัดบทเองดีกว่า "มะตะเน่" เจอกันเนอะ

อามิจังก็ "มะตะเน่ เย้ ๆ" ตามสไตล์

 

... แค่ได้มาเห็นอามิจังยิ้มก่อนจะแกรดอีกสักครั้ง

มันก็มีความสุขมากแล้วจริง ๆ

 

หลังจากถ่ายเชกิเสร็จ

ผมรีบเดินลี้ภัยจากบริเวณนั้น แบบไม่กล้าสบตานิฮงจินคนใดทั้งสิ้น

เนื่องจากวีรกรรมที่เพิ่งไปแต๊ะอั๋งไอดอลมาสด ๆ ร้อน ๆ

แน่นอน เสี่ยงโดนเท้าโอตะมาก ๆ 555 (คิดมากไปเองมั้ง ?)

 

พอเดินออกมาด้านนอก

เจอผู้ชายคนนึงกำลังถ่ายรูปเชกิแฟนคลับแต่ละคน เพื่อทำโปรเจ็คให้อามิจังด้วย

ไม่พลาดหรอก ผมต้องมึน ๆ ไปขอถ่ายด้วยอยู่แล้ว จัดไป

ถ่ายเสร็จ เขียนข้อความ เอารูปเชกิตัวเองไปใส่กล่อง จบพิธี

 

หลังจากนั้น คิดประมวลผลแล้ว ก็ไม่น่าจะมีอะไรแล้วมั้ง

ยืนมองรอบ ๆ เพื่อเช็คสถานการณ์อีกสักที มันก็ไม่มีอะไรจริง ๆ

ผมจึงเดินขึ้นบันไดออกจากทวินบ๊อกซ์

อยากกลับไปเล่นเน็ตที่โรงแรม เม้าท์กับเพื่อน

คันไม้คันมือสุด ๆ 555

 

จริง ๆ ถ้ามีเน็ตให้เล่น ผมคงนั่งชิลแถวนั้นก่อนสักพัก

ถ้าโชคดีน่าจะได้เห็นน้อง ๆ เดินไปขึ้นรถไฟกลับบ้าน

แต่เอาเถอะ ยังเจออีกหลายวัน เซฟตัวเองหน่อย

อากาศเย็น ๆ ชื้น ๆ เสี่ยงเป็นหวัดชะมัด

 

...

 

กลับถึงโรงแรม เริ่มคิดมากที่ตัวเองไปจับแก้มอามิ

น้องจะคิดมากหรือเปล่าหว่า ?

ทำให้อยากทวิตไปขอโทษแบบขำ ๆ นิดส์นึง

จัดไปครับ

 

วันนี้ที่ทำตัวน่ากลัว โทษนะ เพราะมันเป็นโอกาสครั้งเดียวในชีวิต 555

สักพักเดียว Iseki ก็มากดดาวให้

สึโก้ย โอเค ทำได้ดีมาก ! มาอ่านแล้วสินะ

ทางนี้จะได้สบายใจหน่อย 555

 

หลังจากนั้นก็เม้าท์กับเพื่อนยาว ๆ

จนหลับไป ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้อาบน้ำ ....

 

จบวันที่ 1 แบบโคตรฟิน

ได้เจออามิจังที่ทวินบ๊อกซ์ ตามที่ตั้งใจไว้แล้วนะ !

 

พาร์ทที่ 2-2

 

 

Comment

Comment:

Tweet